ราชาแห่งงูพิษ จงอาง vs บองหลา ต่างกันอย่างไร? ประเทศไทยมี 2 ชนิด

ราชาแห่งงูพิษ จงอาง vs บองหลา ต่างกันอย่างไร? ประเทศไทยมี 2 ชนิด

ราชาแห่งงูพิษ จงอาง vs บองหลา ต่างกันอย่างไร? ประเทศไทยมี 2 ชนิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ราชาแห่งงูพิษ จงอาง vs บองหลา ต่างกันอย่างไร? ประเทศไทยมี 2 ชนิด จากทั้งหมด 4 ชนิด

งูจงอาง (King Cobra) ได้ชื่อว่าเป็นงูพิษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีความสง่างามจนได้รับฉายาว่าราชาแห่งงู ล่าสุดข้อมูลทางวิชาการได้มีการจำแนกงูจงอางออกเป็น 4 ชนิดทั่วโลก โดยในประเทศไทยสามารถพบได้ถึง 2 ชนิดหลัก คือ งูจงอางเหนือ และงูจงอางใต้ หรือที่ชาวใต้เรียกว่า บองหลา ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งถิ่นที่อยู่และลักษณะทางกายภาพ

ทำความรู้จักงูจงอาง ราชาผู้สะกดหัวใจคออสรพิษ

งูจงอางมีพฤติกรรมโดดเด่นคือการกินงูด้วยกันเป็นอาหาร และมีความสามารถในการต้านทานพิษงูชนิดอื่นได้ดีเยี่ยม เช่น งูเห่า หรืองูกะปะ แม้จะมีความยาวเฉลี่ย 3-4 เมตร แต่ลำตัวกลับมีน้ำหนักเบากว่างูเหลือม ทำให้เคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วทั้งบนบกและในน้ำ เมื่อถูกคุกคามจะยกตัวสูงขึ้นและแผ่แม่เบี้ยขู่ศัตรูอย่างน่าเกรงขาม

ในด้านของพิษ งูจงอางมีปริมาณน้ำพิษมหาศาลต่อการกัดหนึ่งครั้ง โดยสามารถปล่อยพิษได้มากถึง 380-600 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่างูเห่าถึง 10 เท่า พิษนี้จะทำลายระบบประสาทโดยตรง ทำให้เหยื่อเกิดอาการอัมพาตและหยุดหายใจได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%

National Parks in Thailandงูจงอางเหนือ

ความแตกต่างระหว่าง งูจงอาง และ บองหลา

จากการเปิดเผยของ นายนิรุทธิ์ ชมงาม หรือ นิรุทธิ์ อสรพิษวิทยา ระบุว่าปัจจุบันงูจงอางทั่วโลกถูกแบ่งออกเป็น 4 ชนิด โดยประเทศไทยครอบครองอยู่ 2 ชนิดหลัก ซึ่งมีความแตกต่างที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าดังนี้

  • งูจงอาง (Ophiophagus hannah) : พบตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงประจวบคีรีขันธ์ตอนปลาย มีขนาดลำตัวเล็กกว่าชนิดใต้ บั้งที่หลังมีความกว้างและเห็นสีชัดเจน มีความดุร้ายก้าวร้าวมากกว่าบองหลา

Nick Wildlife

  • บองหลา หรือ งูจงอางใต้ (Ophiophagus bungarus): พบตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ตอนปลายลงไปจนสุดภาคใต้ เป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บั้งที่หลังจะมีลักษณะเป็นขีดถี่ๆ กว่า แต่มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะซ่อนอยู่ภายใต้เกล็ด ทำให้มองเผินๆ ดูเหมือนบองหลาไม่มีบั้งหรือเป็นสีเดียวทั้งตัว

งูจงอาง ปะทะ งูเห่า ใครคือผู้ชนะ?

หากเกิดการต่อสู้กันระหว่างงูจงอางและงูเห่า ส่วนใหญ่งูจงอางจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ เนื่องจากขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามากและมีพฤติกรรมการกัดแบบย้ำเขี้ยวติดแน่น ต่างจากงูเห่าที่ใช้วิธีฉกกัดแบบรวดเร็ว นอกจากนี้งูจงอางยังสามารถทนต่อพิษของงูเห่าได้ ทำให้มันกลายเป็นผู้ล่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในบรรดางูด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม แม้งูจงอางจะดูน่ากลัวแต่มักมีนิสัยระมัดระวังตัวและไม่ทำร้ายมนุษย์ก่อน เว้นแต่จะถูกรบกวนหรืออยู่ในช่วงหวงไข่ โดยเฉพาะตัวเมียที่จะมีความก้าวร้าวสูงเป็นพิเศษเพื่อปกป้องรัง การทำความเข้าใจความแตกต่างของงูแต่ละชนิดจึงช่วยให้เราเฝ้าระวังและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยขึ้น

สรุปสายพันธุ์งูจงอาง 4 ชนิดในโลก

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ถิ่นที่พบ
Ophiophagus hannah อินเดียเหนือ, พม่า, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, ไทยตอนบน-ตอนกลาง
Ophiophagus bungarus ไทย (ภาคใต้), มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ (ชนิดที่ใหญ่ที่สุด)
Ophiophagus kaalinga อินเดียตะวันตก
Ophiophagus salvatana หมู่เกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์

 

Nick Wildlife

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น คำแนะนำจากสภากาชาดไทย

หากถูกงูกัดอย่าพิ่งตกไจ ตั้งสติ ดูลักษณะของงูหรือถ่ายรูปงูเอาไว้ และร้องขอความช่วยเหลือ ไม่แนะนำให้ขันชะเนาะ (tourniquet) เพราะไม่สามารถป้องกันการดูดซึมพิษงูได้ และถ้ารัดแน่นเกินไปอาจทำให้เกิดเนื้อเน่าตายได้ จึงควรรีบมาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด โดยขยับส่วนที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด เพื่อลดการดูดซึมพิษงู และหากถูกงูหาพ่นพิษเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก

ผู้ป่วยที่ถูกที่มีพิษต่อระบบประสาทกัด อาจเป็นอัมพาตทั่วตัวคล้ายกับเสียชีวิตแล้ว ไม่ควรหยุดการช่วยเหลือ ให้รีบส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยการหายใจโดยเร็วที่สุด

แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจเลือด บางรายยังไม่มีอาการของพิษ เมื่อมาถึงโรงพยาบาลจึงต้องสังเกตอาการต่อจนกว่าจะพ้นระยะอันตราย การให้เซรุ่มต้านพิษงูมีประโยชน์ แต่ก็เสี่ยงต่อการแพ้ และบางครั้งงูมีพิษกัดแต่ไม่ปล่อยพิษ ทำให้ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใด ๆ แพทย์จึงเลือกให้เซรุ่มเฉพาะรายตามความเหมาะสมเซมต้านพิษงูจะช่วยเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรง และเลือดออกให้ดีขึ้นได้ แม้ผู้ป่วยจะได้เซรุ่มแล้ว บางรายอาจยังเกิดเนื้อเน่าตายหรือไตวายต่อมาภายหลังได้ จึงอาจต้องอาศัยการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การผ่าตัดตัดเนื้อตายออก การให้สารน้ำหรือการล้างไต เพื่อป้องกันและรักษาภาวะไตวาย เป็นต้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล